มีจริงๆเหรอ คนที่ชอบอ่านหนังสือ ?

หนังสือ : Read a book

 


จะว่าไปเรารู้จักกับหนังสือมาตั้งแต่เราเริ่มเรียนหนังสือในโรงเรียน “เรียนหนังสือก็ต้องมีหนังสือเรียน” เราถูกบังคับให้อ่านหนังสือเรียนมาตั้งแต่ประถมศึกษาที่เราสามารถอ่านออก สะกดได้ จนกระทั่งในระดับมหาวิทยาลัยที่เราอ่านจนสามารถวิเคราะห์ แสดงความคิดเห็นได้ แล้วเราอ่านหนังสือไปทำไม? อ่านเพื่อสอบเก็บคะแนน อ่านเพื่อสอบเข้าเรียนต่อ อ่านเพราะถูกบังคับ หรืออ่านเพราะชอบอ่านหนังสือ

ฉันเองยอมรับก่อนเลยว่าแต่ก่อนเป็นคนไม่ชอบอ่านหนังสือ ฉันไม่เคยอ่านหนังสือก่อนสอบเลย บางวิชาบังคับให้ฉันอ่านหนังสือนอกเวลา ฉันก็ไม่เคยอ่าน เพราะรู้สึกว่าถูกบังคับและไม่ได้รู้สึกร่วมไปกับสิ่งที่ครูให้อ่าน หรือบางครั้งที่ต้องอ่านเพราะความจำเป็นที่เลี่ยงไม่ได้ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ฉันเข้าใจและรู้สึกอะไรไปมากกว่าแค่ว่าอ่านให้มันจบและรู้สึกว่าอ่านแล้ว หลายครั้งที่ฉันไปตามสถานที่ต่างๆ ก็มักจะเห็นคนอ่านหนังสืออยู่บ้าง จนบางครั้งฉันเองก็ตั้งคำถามว่า “จะมีสักกี่คนที่ชอบอ่านหนังสือจริงๆโดยไม่ถูกบังคับ?”


เมื่อก้าวเข้าสู่ในระดับมหาวิทยาลัย เลี่ยงไม่ได้เลยที่เราจะต้องค้นคว้าหาความรู้ต่างๆ จากหนังสือ หรือต้องอ่านหนังสืออย่างบ้าคลั่งก่อนสอบกลางภาคและสอบปลายภาค ด้วยการที่ฉันไม่ชอบอ่านหนังสือ ทำให้ฉันมีความคิดว่าฉันต้องตั้งใจเรียนและทำความเข้าใจขณะที่อาจารย์สอนให้ได้มากที่สุดเพราะเมื่อถึงช่วงใกล้สอบฉันจะไม่ต้องอ่านหนังสืออย่างบ้าคลั่ง เพียงแค่ทบทวนนิดๆหน่อยก็เพียงพอแล้ว

“วิชาการศึกษากับการพัฒนาสังคม” สอนโดย อาจารย์ปิ่นหทัย หนูนวล เป็นวิชาเลือกที่ฉันเลือกเรียน ต้องยอมรับว่าไม่รู้หรอกว่าเรียนเกี่ยวกับอะไร แต่ที่เลือกเรียนก็เพราะไม่อยากเรียนอีกวิชาหนึ่ง ด้วยสไตล์การสอนของอาจารย์ที่ให้นักศึกษาวิพากษ์และแสดงความคิดเห็นในประเด็นต่างๆ โดยไม่ได้ตัดสินว่าสิ่งที่นักศึกษามีมุมมองความคิดที่ต่างกันนั้น ไม่มีคนไหนถูกหรือคนไหนผิด มีการยกตัวอย่างคำพูด เนื้อหาในหนังสือมาสนับสนุนมุมมองความคิดอยู่หลายครั้ง รวมถึงแนะนำหนังสือที่ดีแก่นักศึกษา และนั่นก็เป็นการเริ่มต้นของการเดินเข้าร้านหนังสือเพื่อตามหาหนังสือที่อาจารย์แนะนำและลงมืออ่านโดยมีความรู้สึกว่าอยากอ่าน

จากการตั้งคำถามของตนเองที่ว่า มันมีจริงเหรอคนที่ชอบอ่านหนังสือ? วันนี้ฉันก็ได้คำตอบแล้วว่า มันมีอยู่จริง  ฉันกลายเป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือและใช้จ่ายเงินไปกับการซื้อหนังสือมากมาย ฉันเดินเข้าร้านหนังสือเป็นประจำ ฉันจะมีหนังสือเล่มหนึ่งติดกระเป๋าเวลาออกไปข้างนอกและมักจะหยิบมันขึ้นมาอ่านเสมอเมื่อมีเวลาว่าง ฉันได้มีโอกาสเข้าร่วมกลุ่มต่างๆ ที่แลกเปลี่ยนหนังสือและแลกเปลี่ยนมุมมองที่ได้จากการอ่านหนังสือที่ต่างกันจากหนังสือเล่มเดียวกัน นี่แหละที่ฉันว่ามันเป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของการอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง โดยที่ต่างคนต่างไม่ตัดสินกันในมุมมองที่เห็นต่างกัน

 

สิ่งที่ยากที่สุดอีกอย่างหนึ่งของคนเรา คือการค้นพบสิ่งที่ตนเองชอบและสามารถหลงใหลไปกับมันได้อย่างมีความสุข

 

บางคนอาจจะค้นพบเร็ว บางคนอาจจะยังไม่ค้นเจอว่าสิ่งที่ตนเองชอบคืออะไร แต่เชื่อเถอะว่ามันต้องมีวันหนึ่งแหละที่เราจะพบอะไรบางอย่างที่เราชอบและหลงใหล สิ่งเหล่านั้นคนอื่นอาจจะไม่ชอบไปกับเรา คนอื่นอาจจะมองว่ามันแปลก ทำแล้วไม่ได้ทำให้คนอื่นเดือนร้อนก็ทำไป เพียงแค่สิ่งที่เราทำนั้นเรามีความสุขมันก็เพียงพอแล้วไม่ใช่เหรอ ...


ฉันได้ค้นพบตัวตนของฉันในอีกด้านหนึ่งนั่นก็คือ การอ่านหนังสือ การได้เข้าร้านหนังสือและหยิบมันขึ้นมาอ่านถึงแรงบัลดาลใจในการเขียนของผู้เขียนและหากฉันพอใจหรือสนใจฉันมักจะซื้อเก็บไว้เสมอ ฉันไม่ใช่คนที่มีหนังสือเก็บสะสมมากมาย ฉันไม่ใช่คนที่อ่านหนังสือได้เร็ว ฉันไม่ใช่คนที่เก่งและเชี่ยวชาญในด้านหนังสือหรือเป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือมากที่สุดในชีวิต

 

“แต่ทุกครั้งที่ฉันได้ลงมืออ่านหนังสือหรือได้เดินเข้าร้านหนังสือ ฉันก็มักจะมีความสุขเสมอ”

 

วันนี้ใครหลายๆ คนอาจจะยังมองไม่เห็น ค้นเจอความชอบหรือตัวตนอีกด้านหนึ่งของตนเอง ลองนึกดูสิว่าอะไรที่เราทำแล้วเรามักจะมีความสุขเสมอ อยากทำมันอยู่เสมอเมื่อมีโอกาส สิ่งนั้นแหละมันเป็นสิ่งที่คุณกำลังตามหาว่าความสุขในชีวิตอีกอย่างของเราคืออะไร  ฉันเชื่อว่าคนเราทุกคนมักจะมีสิ่งที่เรารักและหลงใหลอยู่เสมอ  มันอาจจะเป็นเรื่องที่ยาก แต่เชื่อเถอะว่าสักวันเราจะค้นเจอสิ่งเหล่านั้น เราจะพบเจอสิ่งที่มีความสุขในชีวิต และสิ่งนั้นมันจะมีคุณค่ากับชีวิตของเราเสมอ

 

 

 

Yoyomonzter

16 July 2020


ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม