Coffee Time : กาแฟร้านรถเข็น

Coffee Time : กาแฟร้านรถเข็น




หลังจากที่ work from home มาหลายสัปดาห์ ก็มาถึงวันที่ต้องกลับมาทำงานเหมือนเดิม มื้อเช้าของฉันกับการทำงานวันแรกก็คือหมูปิ้งเจ้าเดิม ระหว่างรอนั้นก็เหลือบไปเห็น “ร้านกาแฟรถเข็น” ร้านหนึ่งซึ่งขายทั้งชา กาแฟ เมนูเครื่องดื่มทั้งร้อนและเย็นต่างๆ ซึ่งคนต่อแถวรอยาวเหมือนร้านหมูปิ้งที่ฉันกำลังรออยู่ ในขณะเดียวกันนั้นฉันก็ได้สังเกตเห็นลูกค้าที่ต่อแถว มีทั้งพนักงานออฟฟิศใส่สูทผูกไทน์อย่างดูดี คนทำงานข้าราชการ ลุง ป้าที่แต่งตัวธรรมดา ตอนนั้นก็เกิดความรู้สึกว่าฉันก็ไม่ได้กินกาแฟร้านแบบนี้นานแล้วเหมือนกัน


พูดถึงร้านกาแฟรถเข็น ฉันรู้สึกว่ามันมีความเป็น “เอกลักษณ์” ในเรื่องของรสชาติที่หวานมัน กลมกล่อม มีกลิ่นหอมเฉพาะและราคาที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ไม่ว่าคุณจะประกอบอาชีพใด เงินเดือนเท่าไหร่


ย้อนกลับไปสมัยตอนที่ยังเด็ก บ่อยครั้งที่ฉันได้ไปตลาดกับแม่ในตอนเช้า ฉันมักจะเห็นร้านเครื่องดื่มอยู่ร้านหนึ่งที่มีผู้คนมานั่งพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ร้านนั้นขายทั้งชา กาแฟ โอวัลติน ทั้งแบบร้อนและเย็น โดยจะชงในกระป๋องนมข้นหรือชงในแก้วที่มีลักษณะเฉพาะ ซึ่งฉันก็ได้เข้าใจเมื่อโตขึ้นว่าการที่ผู้คนเหล่านั้นนั่งพูดคุยกันอย่างสนุกสนานในสถานที่แห่งนั้นเขาเรียกว่า

“สภากาแฟ”


ร้านกาแฟรถเข็นก็ไม่ต่างกันกับสภากาแฟที่ฉันได้พูดถึง เพียงแค่บางร้านเราไม่สามารถที่จะนั่งดื่มและพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องราวต่างๆ ระหว่างกันได้ และสิ่งที่ฉันสัมผัสได้คือ ร้านกาแฟรถเข็นมักจะไม่มีช่องว่างระหว่าง “คนขายกับลูกค้า” ฉันรู้สึกอุ่นใจ รู้สึกไม่เกร็งเวลาเดินเข้าไปซื้อ ฉันสามารถพูดคุยกับคนขายราวกับว่าเรารู้จักกันมานานแล้ว สามารถพูดเรื่องทั่วไปในระหว่างที่คนขายกำลังทำเครื่องดื่มให้กับฉัน และบทสนทนาก็จบลงเมื่อฉันได้รับเครื่องดื่มแล้วจ่ายเงินแล้วเดินออกมาพร้อมกับความรู้สึกที่อบอุ่นเสมือนว่าฉันเพิ่งได้พูดคุยกับคนในครอบครัวของฉัน .... ถึงแม้ว่าช่วงเวลานั้นจะสั้นเพียงแค่ไม่กี่นาทีก็ตาม ....


หลายครั้งฉันเองยอมรับว่า ฉันมักจะมองข้ามการซื้อเครื่องดื่มจากร้านเหล่านี้ไป ฉันมักจะสนใจและนึกถึงร้านแบบนี้ในตอนใกล้สิ้นเดือนหรือในสภาวะที่การใช้เงินของฉันมาถึงช่วงสุดท้าย ฉันมักจะพุ่งการซื้อเครื่องดื่มทั้งชา กาแฟ กับร้านที่มีชื่อเสียงและในราคาที่ค่อนข้างสูงและฉันก็จะรู้สึกดีทุกครั้งเวลาได้ถือแก้วที่มีโลโก้ร้านและได้กินมันอย่างรู้สึกดี ในขณะเดียวกันระหว่างที่ฉันรอกาแฟแก้วหรูจากร้านดังต่างๆ ฉันเองไม่สามารถที่จะยืนคุยกับคนทำกาแฟหรือพนักงานแคชเชียร์ในร้านได้ ฉันทำได้เพียงแค่ยืนนิ่งๆ สไลด์โทรศัพท์ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะ

ได้ยินเสียงพนักงานเอ่ยชื่อเมนูที่ฉันสั่งพร้อมกับชื่อของฉัน ฉันรับเครื่องดื่มและเดินออกร้านมาโดยไม่ได้มีความรู้สึกใดๆ เป็นพิเศษเกิดขึ้นเลย


บางครั้งเราอาจจะมองข้ามสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวเราไปและมองสิ่งเหล่านั้นเป็นเพียงแค่ “สิ่งสำรอง” หรือ “ทางผ่าน” และให้ความสำคัญกับสิ่งเหล่านั้นเป็นลำดับสุดท้ายเสมอ ทั้งๆที่สิ่งเหล่านั้นมักมีความหมายและสร้างความรู้สึกที่ดีแก่เราได้ไม่มากก็น้อย เรามักจะไหลไปตามกระแสของสังคมและสิ่งที่ผู้อื่นให้ความสำคัญ โดยหลงลืมไปว่าแท้จริงแล้วนั้นสิ่งที่เราคุ้นเคยนั้นมันมีคุณค่าในเชิงของความรู้สึก ประสบการณ์บางอย่างที่เกิดขึ้นกับตัวเราเอง แต่นั่นก็ไม่แปลกที่เรามักจะหลงใหลไปตามกระแสเหล่านั้น ฉันเคยเป็น ทุกคนเคยเป็น ไม่ว่าจะเรื่องใดเรื่องหนึ่งก็ตาม และฉันเองเชื่อว่าไม่ว่าเราจะไหลไปไกลขนาดไหน หลงลืมอะไรไปมากมายแค่ไหน


“สุดท้ายแล้วเรามักจะกลับมาที่เดิมเสมอ”


ที่เดิมที่เราเคยอยู่ ที่เดิมที่เราเคยสัมผัส และที่เดิมที่เราเคยรู้สึก ที่เหล่านี้แหละมันมีคุณค่าหลายอย่างในตัวมันเอง เรามักจะรู้สึกปลอดภัย รู้สึกอบอุ่น และมีความสุขกับมันซึ่งเป็นความสุขที่แท้จริง เราไม่อาจหามันได้จากที่ไหน เราค้นพบสิ่งเหล่านี้ได้ด้วยตัวเราเอง ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนความรู้สึกเหล่านี้เราจดจำมันได้อย่างไม่ลืมเลือน

Yoyomonzter

18 June 2020

 

 


ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม