“ฉันเป็นฉัน หรือ คนอื่นเป็นฉัน”

 

ฉันเป็นฉัน หรือคนอื่นเป็นฉัน” 

มุมมองของผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศในสังคมสมัยใหม่ที่เปิดกว้างและยอมรับ

ในความหลากหลายทางเพศ ?



ขอบคุณรูปภาพจาก สุพัฒนาวดี เหมือนตา
เข้าถึงใน  http://www.onedeedee.com/artcraft/17821/ 


มนุษย์ทุกคนย่อมมีวีถีทางการดำเนินชีวิตที่แตกต่างกันออกไปไม่ว่าจะเป็นเพศชายหรือเพศหญิงหากแต่ “เพศที่สาม มักถูกให้ความหมายโดยคนในสังคมไว้ว่าเป็นเพศที่ชอบเพศเดียวกันและมีการดำเนินชีวิตแบบรักเพศเดียวกันอย่างเปิดเผย หรือนิยามกลุ่มคนเหล่านี้ว่า กะเทย ตุ๊ด เกย์ ทอม ดี้ เลสเบี้ยน

ภาพที่คนหลายกลุ่มในสังคมคาดหวังและนิยามพฤติกรรมบุคคลเหล่านี้คือ ต้องตลก มีความเฮฮา ขำขัน สามารถสร้างความสุขให้ทุกคนได้ตลอดเวลา กล้าแสดงออก ไม่อายคนอื่น แต่ในขณะเดียวกันคนทั่วไปในสังคมก็มองคนกลุ่มนี้ว่าเป็นพวกผิดเพศ เป็นตัวประหลาด น่ารังเกียจ ทำให้คนกลุ่มนี้ไม่เป็นที่ยอมรับในสังคมและนั่นก็แสดงให้เห็นว่าคนในสังคมเดียวกันยังมีทัศนคติ ความคิด ที่ต่างกันกับเพศที่สามเกิดการเลือกปฏิบัติขึ้น

ทั้งนี้เองมนุษย์ทุกคนย่อมมีความเหมือนและความต่างกันเป็นเรื่องธรรมชาติ เพศเดียวกันยังมีรสนิยมที่ต่างกัน ฝาแฝดก็ยังมีความต่างในเรื่องความคิดและทัศนคติ เช่นเดียวกับเพศที่สาม ก็เหมือนกับคนอื่นทั่วไปไม่ได้เป็นคนที่แปลกหรือต่างจากมนุษย์คนอื่น


 

ปัจจุบันเราจะเห็นว่าเพศที่สามหรือกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ ถูกยอมรับจากสังคมและสามารถเข้ามามีบทบาททางสังคมได้มากขึ้น คนเหล่านี้สามารถใช้ชีวิตอย่างเปิดเผยได้มากขึ้น หลายคนเป็นผู้มีหน้ามีตาในสังคม เป็นดารานักแสดง นักร้อง ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง แต่ก็ยังเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะสื่อสาธารณะมักให้ภาพคนเหล่านี้เป็นตัวประกอบ ตัวตลก ผู้ร้าย หรือมักสื่อว่าคนเหล่านี้มีความบกพร่องทางจิต ที่สะท้อนให้เห็นถึงความเข้าใจของสังคมไทยต่อกลุ่มคนเหล่านี้


แม้จะดูเหมือนว่าสังคมเปิดกว้าง แต่ก็ไม่ได้ยอมรับว่าคนเหล่านี้เป็นคนปกติ เหมือนกับชายจริงหญิงแท้ซึ่งสังคมไทยมักใช้คำว่า เบี่ยงเบนทางเพศ ในการเรียกคนที่ไม่ปฏิบัติตามแบบแผนหรือบทบาททางเพศที่สังคมได้กำหนด การมองเพศที่สามหรือกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศในลักษณะดังกล่าวนั้นบ่มเพาะให้เกิดอคติและความรุนแรงที่แอบแฝงอยู่ในสังคม หลายคนยังถูกดูถูก เหยียดหยาม  และไม่ได้รับสิทธิที่เขาพึงจะได้รับ การที่คนส่วนใหญ่ของโลกนี้เป็นชายจริงหญิงแท้ สร้างความเข้าใจผิด ๆ จนฝังลึกเป็นทัศนคติว่าคนที่เป็นอย่างอื่นนอกเหนือจากชาย หญิงตามมาตรฐานของคนส่วนใหญ่คือคนผิดปกติ

 

"ทั้งที่มนุษย์ทุกคนมีสิทธิ อิสรภาพจะเป็นอะไรก็ได้

เท่าที่ใจต้องการ"

 

เพศที่สามก็คือมนุษย์คนหนึ่งที่มีความรู้สึก รับรู้ได้ ดำเนินชีวิตแบบคนทั่วไป มีรัก โลภ โกรธ หลง เป็นธรรมดา ซึ่งโดยธรรมชาติของมนุษย์เองนั้นไม่มีใครที่จะเฮฮา ตลก ได้อยู่ตลอดเวลา คนทุกคนย่อมมีอารมณ์ที่แปรเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ที่ตนเองพบเจอในขณะนั้น แต่สังคมมักคาดหวังและมีภาพว่าเพศที่สามต้องเป็นไปตามความคาดหวังของสังคม และเมื่อพวกเขาเหล่านั้นเห็นการแสดงออกของเพศที่สามที่ไม่เป็นไปตามที่สังคมคาดหวังก็มักจะเกิดการผิดหวัง โดยความคาดหวังของคนสังคมนี้เองบางทีมันก็เป็นเรื่องที่สนุกสนานจนบางครั้งไปลดทอนคุณค่าของเพศที่สาม

 

หลายครั้งเองที่พวกเขาถูกคุกคามทั้งคำพูด ถูกคุกคามทางสายตาและการกระทำ เช่น การถูกเรียกว่า "อีตุ๊ด"  "อีกะเทย" ถูกทำร้ายร่างกายเพียงเพราะเป็นเพศที่สาม การถูกมองเหยียดด้วยสายตาโดยไม่มีคำพูดก็ทำให้รับรู้ได้ว่าคนนั้นคิดอะไรอยู่ การถูกลวนลามเพราะคิดว่าเพศที่สามไม่ใช่ผู้หญิงจริง และเขาเหล่านั้นเองก็ไม่มีสิทธิที่จะไปโกรธ  ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้มักเกิดขึ้นอย่างบ่อยครั้งในสังคมของเรา โดยที่ไม่ได้คำนึงถึงใจผู้อื่นว่าพวกเขาเหล่านั้นจะมีความรู้สึกอย่างไรกับสิ่งที่เขาเป็นผู้ถูกกระทำจากคนที่เป็นมนุษย์เหมือนกัน



ถึงแม้ว่าเพศที่สามจะมีการดำเนินชีวิตแบบรักเพศเดียวกันอย่างเปิดเผย แต่ล้วนแล้ว ทุกคนต่างมีทัศนคติ ความคิด และภาวะทางร่างกายและจิตใจที่แตกต่างกันออกไปแล้วแต่บุคคล รวมไปถึงมีแบบแผนการดำเนินชีวิตที่ต่างกัน โดยภาพที่สังคมมองเพศที่สาม คือ เป็นกะเทยต้องแต่งหญิงมีนม ผมยาว เป็นทอมต้องผมสั้น พูดครับ หรือแม้แต่เกย์ คนก็ยังมีภาพจำว่าต้องลักษณะคล้ายกะเทย มีความอ้อนแอ้น แต่แท้จริงแล้ว

 

เขาก็คือเขา เขาอาจจะไม่ได้รู้สึกว่าตนเองจะต้องมีคำนิยามสำหรับเพศของตนเองที่เป็นไปตามที่สังคมได้ให้นิยามไว้ หรือแม้แต่มีภาพลักษณ์ตามที่สังคมวาดไว้ เพศที่สามเองก็มีวิถีการดำเนินชีวิตที่เหมือนคนอื่นและก็ไม่ต้องการที่จะให้ใครมากำหนดว่าเขาเป็นเพศอะไร มีแบบแผนการดำเนินชีวิตแบบไหน เพราะท้ายที่สุดแล้ว



"ไม่ว่าจะเพศอะไรก็ล้วนแล้วต้องการการได้รับการปฏิบัติเหมือนคนอื่นทั่วไป เพราะทุกคนมีศักดิ์ศรีในความเป็นมนุษย์เหมือนกัน"



นอกจากนั้นคนบางส่วนในสังคมยังเห็นว่า กลุ่มคนเหล่านี้มีความผิดปกติ และต้องได้รับการแก้ไข บางคนมีความรู้สามารถทำประโยชน์มากมายให้กับสังคม แต่ต้องกลับทนต่อการหยามเหยียดและถูกกดขี่เนื่องจากวิถีทางเพศของตนไม่ว่าจะการดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพ การที่สังคมบอกว่ายอมรับพวกเขาได้

 

แต่ทำไมหลายครั้งพวกเขาต้องดำเนินชีวิตไปตามความความคาดหวังของสังคม ต้องมาดิ้นรนเพื่อเรียกร้องต่อสิทธิที่เขาควรจะได้รับนั่นก็เป็นคำถามว่าสังคมยอมรับในตัวของเขาเอง ในสิ่งที่พวกเขาเป็นหรือยอมรับเพราะสังคมต้องยอมรับเนื่องจากสังคมโลกเปิดกว้างและยอมรับ และหากสังคมของเราไม่ยอมรับก็จะกลายเป็นสังคมที่มีทัศนคติที่ล้าหลัง

 

บางทีการเปิดกว้างและการถูกยอมรับจากสังคมก็ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้กลุ่มคนเหล่านี้สามารถใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุขและเท่าเทียมกับคนอื่น หรือบางทีพวกเขาอาจจะไม่ได้ต้องการอะไรมากมายด้วยซ้ำสังคมไทยต้องทำความเข้าใจว่าอัตลักษณ์ทางเพศนั้นมีความหลากหลาย และทุกคนๆ ไม่ว่าจะหญิง ชาย กะเทย ตุ๊ด เกย์ ทอม ดี้ เลสเบี้ยน หรือคนข้ามเพศ

 

ต้องการถูกการยอมรับจากสังคมในตัวตนของเขา ในสิ่งที่เขาเป็นจริงๆ

 

และไม่ถูกตัดสินเพียงแค่เพศสภาพหรือเปล่า



.........

yoyomonzter

14 May 2020




ความคิดเห็น

บทความที่ได้รับความนิยม